ผลการสำรวจการรับรู้ข่าวสารและทิศทางการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

citizen.jpg

โพลรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เผยอย่างเป็นทางการเป็นแห่งแรกของประเทศ

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวนมากถึง 19,441 คน พบว่า 

ประชาชนรับทราบว่าจะมีการออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ถึง 86.9 %

ประชาชนจะออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ถึง 77.9%

ขณะที่ ไม่รับ แค่ 22% ระบุภาคใต้ประชาชนใช้สิทธิรับร่างฯ สูงสุด

และประชาชนไม่ทราบเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมากถึง 35.7%

        โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ และการมีส่วนของการเมืองคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ได้แถลงผลสำรวจการรับรู้ข่าวสาร และทิศทางการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 จากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 19,441 คน พบว่า ประชาชนรับทราบว่าจะมีการออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ถึง 86.9 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ไม่ทราบว่าจะมีการออกเสียลงประชามติ 13.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าไม่น้อย

        และยังพบว่าประชาชนจะออกไปใช้สิทธิถึง 68.5 เปอร์เซ็นต์ และเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิเพียง 8.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะออกไปใช้สิทธ์หรือไม่สูงถึง 23.2 เปอร์เซ็นต์ และพบด้วยว่า 47.1 เปอร์เซ็นต์ ของประชาชนพอใจในสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ไม่พอใจ 17.2 เปอร์เซ็นต์ และมีประชาชนที่ยังไม่ทราบเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากถึง 35.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพบว่าเพศชายมีความพอใจสาระในร่างรัฐธรรมนูญมากที่สุด

         "ประชาชนจะไปใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ซึ่งผู้วิจัยพบว่ามีสูงถึง 77.9 เปอร์เซ็นต์ ที่คาดว่าจะใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และมีประชาชน 22.1 เปอร์เซ็นต์ ที่คาดว่าจะใช้สิทธิไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนในเขตภาคใต้จะสิทธิในการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญสูงที่สุดถึง 89.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร จะใช้สิทธิรับร่างเกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมด"

         การสำรวจครั้งนี้เป็นไปตามโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคณะรัฐศาสตร์ โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการอำนวยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ รัฐธรรมนูญ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และขอยืนยันว่า แม้จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทางคณะทำงานก็ทำงานตามหลักวิชาการ ไม่ได้ชี้นำหรือเป็นการเอาใจใคร แต่เป็นการสำรวจความคิดเห็นประชาชนว่ามีความสนใจเรื่องร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร และเห็นว่าทั้งฝ่ายที่สนับสนุนหรือฝ่ายคัดค้านร่างรัฐธรรมนญ ไม่ได้ให้ข้อมูลกับประชาชนในเรื่องเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญมากนัก แต่เป็นการแสดงความเห็นของกลุ่มบุคคลทั้ง 2 กลุ่มมากกว่า และเห็นว่ารัฐบาลควรจัดเวทีดีเบตเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนมากขึ้น



รายงาน

ผลการสำรวจการรับรู้ข่าวสารและทิศทางการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมือง

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนับสนุนโดย คณะกรรมการอำนวยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญ

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

        การลงประชามติครั้งแรกในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 มีแง่มุมหลายประการที่น่าสนใจและน่าที่จะทำการศึกษา ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันที่มุ่งให้การศึกษา วิจัย และติดตาม ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางการเมือง จึงได้มีการสำรวจผลการรับรู้ข่าวสารและทิศทางในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นี้ เพื่อมุ่งหวังให้ข้อมูลพื้นฐานนี้ เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการทางการเมืองและสังคมไทยต่อไป

        ผลจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 19,441 คน (ยกเว้นจังหวัดสกลนคร และเพชรบูรณ์ เนื่องจากความล่าช้าในการส่งกลับแบบสอบถาม) คณะผู้ศึกษาพบประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้       

        ประเด็นที่ 1 ประชาชนรับทราบว่าจะมีการออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ถึง 86.9% และมีผู้ไม่ทราบเพียง 13.1%

        ประเด็นที่ 2 จากการสำรวจ คาดว่าประชาชนจะออกไปใช้สิทธิลงประชามติ 68.5% และเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิเพียง 8.3 ในขณะที่มีผู้ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจสูงถึง 23.2% โดยเมื่อนำมาหาค่าความสัมพันธ์กับปัจจัยเรื่องระดับการศึกษา พบว่า ตัวเลขผู้ออกไปใช้สิทธิแปรผันตามระดับการศึกษา ดังนี้

               - ผู้ที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า คาดว่าจะออกไปใช้สิทธิ 58.6% ไม่ออกไปใช้สิทธิ 11.1% และยังไม่ตัดสินใจ 30.2%

               - ผู้ที่มีการศึกษาระดับมัธยม/ ปวช./ ปวส. คาดว่าจะออกไปใช้สิทธิ 66.8% ไม่ออกไปใช้สิทธิ 7.8% และยังไม่ตัดสินใจ 25.4%

               - ผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี คาดว่าจะออกไปใช้สิทธิ 76% ไม่ไปใช้สิทธิ 7.1% และยังไม่ตัดสินใจ 16.8%

               - ผู้ที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี คาดว่าจะออกไปใช้สิทธิ 79.4% ไม่ออกไปใช้สิทธิ 7.5% และยังไม่ได้ตัดสินใจเพียง 13%

        ประเด็นที่ 3 จากการศึกษาพบว่า 47.1% ของประชาชนพอใจสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ไม่พอใจ 17.2% และมีประชาชนที่ไม่ทราบเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมากถึง 35.7%

        โดยเมื่อนำมาหาค่าความสัมพันธ์กับปัจจัยเรื่องเพศ พบว่า 48.3% เพศชาย และ 46% ของเพศหญิง พอใจกับสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ 19.1% ของเพศชาย และ 15.4% ของเพศหญิง ไม่พอใจในสาระของร่างรัฐธรรมนูญ และมีเพศชาย 32.6% และเพศหญิง 38.6% ที่ไม่ทราบเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย

         ประเด็นที่ 4 ต่อคำถามที่ว่า ประชาชนจะใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 หรือไม่ คณะผู้วิจัยพบว่า มีประชาชนถึง 77.9% ที่คาดว่าจะใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และมีประชาชน 22.1% ที่คาดว่าจะใช้สิทธิไม่รับร่าง

        ซึ่งหากหาค่าความสัมพันธ์ของผู้มาใช้สิทธิในแต่ละภาค พบว่า ประชาชนในเขตภาคใต้จะใช้สิทธิรับร่างสูงที่สุดถึง 89.2% ในขณะที่ประชาชนเขตภาคกลางจะใช้สิทธิรับร่าง 81% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 74.3% ภาคเหนือ 74% และกรุงเทพมหานคร 73.1% ตามลำดับ

        Majority likely to accept draft charter: Poll BANGKOK, Aug 10 (TNA) - Most people, particularly in the southern region, are likely to vote in favour of the draft charter in this month's referendum, according to a poll by Chulalongkorn University's Political Science Faculty.

        Charas Suwanmala, dean of the faculty, said the poll was conducted using random sample of 19,441 persons around the country on "The Public Acknowledgement of News, Information and Direction of the Referendum on the 2007 Draft Constitution."

        The Chula poll found that 87 per cent of those surveyed are aware of the referendum while 13 per cent are not, and some 68.5 per cent will opt to vote while somewhat over 8 per cent are likely to not vote.

        The number of voters undecided whether they would cast ballots in the referendum is as high as 23.2 per cent, or almost one person in four.

        The poll showed that 47 per cent are satisfied with the substantial content of the draft charter while 17 per cent are dissatisfied, and over one-third -- 35.7 per cent -- have not yet read the draft constitution.

        It also found 78 per cent of the respondents woud vote in favour of the draft charter while 22 per cent said they would reject the draft constitution.

        Of this, slightly over 89 per cent of people in the South are expected to vote in favour of the charter, while a lesser majority --something more than 70 per cent -- of people in the central, northeastern, and northern regions and Bangkok will vote for the charter. (TNA)-E005

-----------------------------------------

ไฟล์แนบขนาด
ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ปีพ.ศ. 2550ครั้งที่2.xls29.5 KB